รีวิว 5 เมนูเยอรมันทวิสไทย ‘ชไนเดอร์เฮ้าส์’ กินได้ทั้งบ้าน!

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อย มีที่นั่งชิลๆ เพื่อนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ เย็นนี้ล่ะก็…เราแนะนำให้ลองแวะชิมจานเด็ดของร้านชไนเดอร์ เฮ้าส์ แบงคอก (Schneider haus Bangkok) ในย่านอารีย์ ซอย 4

ร้านชไนเดอร์ เฮ้าส์ นำเสนอทั้งอาหารเยอรมันและอาหารไทย จับเข้าคู่กับเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว เหมาะกับผู้ใหญ่วัยทำงานที่ชอบสุนทรียภาพในการดื่มและการกิน และยังเป็นผู้นำเข้าเครื่องดื่มสัญชาติเยอรมันแบรนด์เก่าแก่ อายุ 146 ปี (ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1872 โดย จอร์จ ชไนเดอร์ ปัจจุบันดูแลกิจการโดยทายาทรุ่นที่ 6)

ไฮไลต์ของร้านนี้อยู่ที่การแนะนำนักชิมให้รู้จักการจับคู่ระหว่างอาหารกับเครื่องดื่ม ที่จะช่วยเสริมรสชาติให้กันและกัน ถ้าใครเป็นนักชิมสายสุนทรียะและมีศิลปะในการเลือกเครื่องดื่มและอาหารล่ะก็…ต้องชอบร้านนี้แน่ๆ คอนเฟิร์ม!
ภายในร้านออกแบบตกแต่งได้เก๋ไก๋มากๆ ถ้าเลือกนั่งทานอาหารโซนด้านใน ก็จะได้อารมณ์หรูหรา อบอุ่น ด้วยโทนสีไม้ พร้อมโซฟาที่นั่งสบาย แต่ถ้าใครเลือกนั่งบริเวณเอาต์ดอร์ ก็จะได้ชิลไปกับบรรยากาศสวนสวยร่มรื่นไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาคุณไปรีวิวเมนูเด็ดของร้านนี้กันหน่อย เราเลือกสรรมาให้แล้วว่าแต่ละจานอร่อยเด็ดทีเดียวเชียว พร้อมแล้วตามมาดูทางนี้…

1. Schneider Platter เนื้อรวมถาดยักษ์
เริ่มต้นกันที่เมนูไฮไลต์ของทางร้านอย่าง Schneider Platter เป็นเมนูที่รวบรวมเอาสารพัดเนื้อและไส้กรอกมารวมอยู่ในถาดยักษ์ไซส์บิ๊ก กินกันได้ทั้งบ้านจริงๆ

ประกอบไปด้วย ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ 1 ขาใหญ่ๆ, ไส้กรอกรวม 5 ชิ้นใหญ่, ซี่โครงหมู BBQ, เบอร์เกอร์หมู, หมูชุบแป้งทอดชิ้นใหญ่, ไก่ย่างโรสแมรี่ครึ่งตัว และเฟรนช์ฟราย เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำเกรวี่ จานนี้บอกเลยว่ากินได้ 5-6 คน สบายๆ ดีไม่ดีอาจจะกินไม่หมดด้วยนะ

สชาติ : อร่อยทุกอย่างที่อยู่วางบนถาดยักษ์ กินได้ทั้งบ้านจริงๆ คุ้มเว่อร์ แม้จะราคาแพงไปนิด แต่ถ้าหารกับเพื่อนๆ 5-6 คน ยังไงก็คุ้ม (ไส้กรอกเยอรมันอร่อยมาก!)
คุณภาพวัตถุดิบ : สดใหม่ ปรุงมาอย่างดี คุณภาพเกรดพรีเมียม

2. สโมคแฮมฮันนี่
จานถัดมาเป็นแฮมที่ทางร้านทำเอง ผ่านการหมักและปรุงด้วยน้ำผึ้งหอมหวาน นำมาสโมคหรือรมควันเป็นเวลานานจนได้กลิ่นหอม เสิร์ฟมาคู่กับสับปะรดย่าง และผักย่าง พร้อมด้วยน้ำราดเกรวี่ฮันนี่

แต่ก่อนจะเสิร์ฟ พนักงานจะทำการ Flambé (ฟลอมเบ) ราดแอลกอฮอล์ที่ติดไฟลงไปบนเนื้อแฮม เป็นเทคนิคการปรุงอาหารแบบตะวันตกที่ช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่าทานมากขึ้น

รสชาติ : อร่อยหอมน้ำผึ้ง เนื้อแฮมนุ่มละมุน ไม่เหนียว กินคู่กับสับปะรดย่างก็เข้ากันสุดๆ แต่ถ้าไม่กินคู่สับปะรดอาจจะเลี่ยนหน่อยๆ

คุณภาพวัตถุดิบ : สดใหม่ คุณภาพเกรดพรีเมียม

3. สตูเนื้อกวางกับสปาซเซิล (พาสต้าเยอรมัน)
ถัดมาเป็นจานที่ไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต นั่นคือ สตูเนื้อกวาง เสิร์ฟมาพร้อมกับสปาซเซิลหรือพาสต้าสไตล์เยอรมัน สำหรับตัวสตูนั้นปรุงมาอย่างดี ซอสเข้มข้น เนื้อกวางก็อารมณ์คล้ายๆ เนื้อแกะ เคี่ยวมานุ่มดี ละลายในปาก ส่วนพาสต้าก็เคี้ยวหนึบๆ อร่อยดีเช่นกัน

รสชาติ : เนื้อนุ่มดี ตัวซอสก็ปรุงมาใช้ได้ แต่อาจจะไม่ถูกปากคนที่ไม่ถนัดเมนูแนวนี้เท่าไหร่

คุณภาพวัตถุดิบ : สดใหม่ คุณภาพเกรดพรีเมียม

4. ยำแซลมอนสมุนไพร

มาถึงเมนูอาหารไทยกันบ้าง คนไทยจะขาดเมนูแซ่บๆ ได้ยังไงเนอะ ต้องมาลองเมนูนี้เลย ยำแซลมอนสมุนไพร เนื้อปลาแซลมอนหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋ามาขนาดกำลังดี ใส่สมุนไพรไทย เช่น ตะไคร้ หอมแดง ขึ้นฉ่าย พริก กระเทียม รสชาติปรุงมาแซ่บกำลังดี ไม่เผ็ดจนเกินไป ทานเพลินๆ ได้ยาวๆ

รสชาติ : อร่อย แซ่บ หอมสมุนไพร ถูกปากคนไทยแน่นอน

คุณภาพวัตถุดิบ : เนื้อปลาแซลมอนสด หวาน คุณภาพดี

5. แกงเหลืองหน่อไม้ปลากะพง

ปิดท้ายกันกับเมนูไทยๆ อีกหนึ่งจาน นั่นคือ แกงเหลืองหน่อไม้ปลากะพง เนื้อปลาสด หวาน เครื่องแกงใต้ก็หอมมาก ปรุงมาอร่อยแซ่บเว่อร์ ขนาดเพื่อนที่มาทานด้วยกันเป็นคนใต้แท้ๆ ยังคอนเฟิร์มเลยว่าอร่อยจริง เหมือนกินที่ภาคใต้บ้านเกิด

แต่สำหรับคนที่กินเผ็ดไม่เก่ง อาจจะรู้สึกว่าจานนี้เผ็ดร้อนเกินไป แนะนำให้ทานแต่น้อย หรือตอนสั่งก็บอกน้องๆ พนักงานว่าขอแบบไม่เผ็ดมากนะคะ

รสชาติ : เนื้อปลาหวานอร่อย ไม่คาว ส่วนนำ้แกงปรุงมาดีมาก หอมเครื่องแกงใต้แท้ๆ

คุณภาพวัตถุดิบ : เนื้อปลาสดดี คุณภาพดีทั้งปลาและเครื่องแกง